#ตรรกะผิดๆของสังคมไทย?

posted on 16 Feb 2013 16:39 by tearex directory Food, Diary
เรื่องไม่ได้มีอะไรมากครับ
 
คือผมไปซื้อของที่ร้านขายของด้านล่างหอของผม
 
 
ผมจ่ายแบงค์ 100 ไป
 
แต่ราคามัน 32 บาท
 
เค้าต้องทอนผมมา 68 บาท
 
แต่เค้าทอนมา 67 บาท ซึ่งขาดไปบาทนึง
 
พอผมเห็นเหรียญเท่านั้นแหล่ะ ผมรู้ละว่าทอนผิด ผมคิดอยู่สองสามวิ ว่าจะพูดดีไหม
 
แล้วผมก็คิดว่า จะให้เค้าเอาเปรียบทำไม
 
ผมก็เลยบอกไปว่า
 
"ขอโทษครับ ขาดไปบาทนึงครับ นี่มี 67 บาท ต้องทอน 68 นะครับ"
 
เสียงตอบรับจากคนขายว่า
 
"งกน่าดูเลย"
 
แล้วก็ยื่นมาบาทมาแบบช้าๆ (จงใจ)
 
ผมอยากจะถามว่า ผมผิดหรือ?? ที่ไม่ให้โดนเอาเปรียบ 
 
ในทางกลับกันแล้วถ้าผมถามกลับไปว่า 
 
"แค่บาทนึงยังจะเอาอีกหรอ"
 
จะเกิดอะไรขึ้น
 
แต่ก็ช่างมันเถอะ ได้ของกินมาละ เงินก็อยู่ครบ ^^
 
 
ปล.ผมก็ไม่ได้อะไรมากมายกะเงิน 1 บาทนักหรอกครับ ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไรด้วย
 
แต่อยากสั่งสอนไอร้านนี้ให้มันรู้ว่า ผมไม่ยอมให้โดนโกงหรอก และผมกล้าจะพูดเมื่อสิ่งที่ผมได้รับมันผิดๆ 
 
 
 
#หวังว่าคงจะได้รับอะไรจากเรื่องนี้นะครับ ขอบคุณครับ :)

edit @ 16 Feb 2013 16:52:26 by t-rex theory

#8เซียน

posted on 14 Feb 2013 16:07 by tearex directory Fiction, Entertainment, Diary
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา
แต่ใช้ตัวละครและนิสัยมาจากเพื่อนในกลุ่มที่ยังเรียนอยู่สมัยมัธยม
มีกัน 8 คน (มิกกี้ แม็ก(ผมเอง) โม หม่อน ต๋อง หนึ่ง นุก ปิ)
ซึ่งตอนนี้อยู่มหาลัยกันหมดแล้ว 
 
คือผู้แต่งคนนี้ก็ไม่ใช่ผมหรอกนะครับ 
เป็นเพื่อนคนนึงในกลุ่มชื่อมิกกี้(ในเรื่องชื่อนิน)
แต่งเรื่องนี้ได้รางวัลชิงถ้วยพระราชทาน
 
อยากรู้แล้วใช่ไหมครับ? ว่าเรื่องนี้เป็นยังไง
เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ...
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
8 เซียนสวะ   
 
 ณ  บ้าน แสงดาว กทม.  ที่ห้อมล้อมไปด้วยแสงไฟในเมืองกับเสียงรถที่แล่นผ่านทุกนาที
เด็กหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวจมูกโด่ง  คิ้วโค้งมน ผมชี้ตรงทรงปัดเป๋  ไว้หนวดหย่อมๆเหมือนพ่อของเขา ตอนนี้เขานั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้โอ้คขนาดใหญ่ที่มีหนังสือพิมพ์กางเกะกะสายตายิ่งนัก กำลังงุ่นอยู่กับการเลียไอติมมะนาวเลิศรส ซึ่งอาจจะเป็นแค่มะนาวไม่มีสิ่งอื่นใดผสมแต่ก็นั่นแหละ มันคือรสเปรี้ยวดั้งเดิมที่ไม่มีอะไรให้มันอร่อยกว่านี้ได้อีกแล้ว  ชื่อของหนุ่มผู้นี้คือ นิทนิน หรือ นิน หรือผมเอง                  
 
“นิน  สายแล้ว มานั่งกินไอติมอีกนะ ค่อยกลับมากินก็ได้ลูก  แม่คงต้องไปส่งอีกแล้วสินะ  สายประจำเลยนะ  ครั้งหน้าเป็นแบบนี้อีก แม่จะหักค่าขนมออก  เร็วรีบไป “               

“โห่  แม่ก็  เมื่อคืนนอนดึกนี่หน่า ไปก็ได้ แต่อย่าหักค่าขนมนะ ^^”     
       
เช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย รถเบนซ์สีแดงก็ได้เคลื่อนออกจากบ้าน  เสียงคลื่นวิทยุ 97.5 มันเสียงซ่าๆเช่นเคย เป็นคลื่นที่ชอบแต่สัญญาณเน่าบางช่วงบางตอนทำเอาหมดอารมณ์เลยแต่เสียอย่างเดียวรถติดแหงกและแล้วสายตาก็ได้สะดุดกับสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นทำให้ความคิดนึงแวบขึ้นมาในหัว   ทำไมไฟแดงเหลืองเขียวต้องกลมด้วย ทำไมไม่เป็นสี่เหลี่ยม ทำไม ทำไมกัน!!  และแล้วรถเบนซ์ก็ขับมาถึงหน้าโรงเรียน   เป็นเวลากว่า แปดโมงครึ่งแล้ว  อีกเช่นเคยกับการออกกำลังกายตอนเช้านี่ มันช่าง  เฮ้อ….    
 
“เอ้าหล่ะ หน้าตาเดิมๆทั้งนั้น!   นิทนิน ปีที่6ละนะ  ยังสายได้อีกนะ จวนจะจบแล้วปรับปรุงตัวหน่อยเอ้า เอาไปเบาะๆสำหรับเปิดเทอมสัปดาห์แรก  ออกกำลังจะได้หายง่วงกันหน่อยเร้ว…. กระโดดตบ 1000 นับเสียงดังๆ เริ่มได้ ”  
 
 ณ ห้องเรียน 601 เรียงรายไปด้วยนักเรียนหญิงเกือบค่อนห้องกับแก๊งนักเรียนชายเป็นหย่อมๆหน้าห้องและหลังห้อง  แก๊งหน้าห้องจะเอาแต่เรียนแต่แก๊งหลังห้องจะบ้าบอล บ้ากฏหมาย บ้าแว๊น บ้าโรบอท บ้ากล้อง บ้าบอ บ้าทุกอย่างที่จะเป็นได้และไม่ค่อยยักจะเรียนเท่าไรนักแต่ไม่รู้ทำไมเกรดแต่ละคนสูงกันนัก  แก๊งหลังห้อง   ซึ่งถูกก่อตั้งมาเมื่อสามปีที่แล้วเป็นนามยักใหญ่ในโรงเรียนชื่อว่า 8เซียนสวะ นิน เป็นหนึ่งในแก๊งนั้น แต่กระนั้น  นินเป็นคนที่ได้เกรดสูงสุดในกลุ่ม การบ้านทุกอย่างนินเนี่ยแหละเป็นคนนำพาให้พวก7เซียนสวะที่เหลือมันรอดตายเกือบทุกครั้ง

“เอ้า ฮูเลๆ ไอ้นินมาแล้วโว้ย  555555  ไปว่ายน้ำที่ไหนมาหละเนี่ย เปียกโชกๆ “ หนึ่งในแก๊ง8เซียนสวะนามว่า แม็กพูดทักทายขึ้น หน้าตาเขาช่างหล่อเหลา(กบเหลาหนะ) ตัวสูงมากที่สุดในกลุ่ม ทรงผมนะหรอ เป็นพวกไม่ค่อยแคร์ทรงผม ทรงเกรียนก็เกรียนเลย  ไม่ค่อยมีดั้งนะ ผิวหรอ ขาวน้อยกว่าผมหน่อย ซึ่งเพื่อนต่างพากันเรียกว่า ไอศาสดา   เหตุผลนะหรอที่เรียก  มีหลายประการมาก ที่จะได้ชื่อนี้   ไม่ว่าจะเป็นการปาขวดทำกระจกแตกเป็นรูตั้งแต่สองปีที่แล้ว แต่ก็นั่นแหละรูนั้นยังไงมันก็ยังไม่ถูกซ่อมสักที  ชอบทำอะไรๆที่แผลงๆปาก้อนดิน ปาก้อนอิฐลงบ่อน้ำ ปาฝาขวด ปากระป๋อง ปาและปา มันเป็นนักปารึยังไง ผมคิดยังไงก็ฮา   แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น มันยังชอบเถียงทฤษฎีในหนังสือหรือที่ครูสอนว่าผิด นั่นแหละทำให้มันเป็นศาสดา 

“อ่า…..  ขอน้ำหน่อย เฮ้อ เหนื่อยหืดขึ้นคอแล้วเนี่ย  ท่านรองหรือเรียกเต็มๆว่าคุณท่านรองผ.อ.เมื่อไรจะออกเนี่ยตั้งกฎนี้อีกแล้ว กระโดดตบบ้างหละ  ถุงเท้าผิดระเบียบบ้างหละ ไอมาสายนี่พอรับได้ แต่ ไอต้องถอดถุงเท้าเพราะว่าถุงเท้ามันหนาเกินเนี่ย มันถูกหรอเนี่ยยยย….  สีก็ไม่ผิด ระเบียบนะ TT”
 
“ว่าด้วยกฎหมายแล้ว ไม่น่าผิดนะ ไอนิน  ตามสังคมก่อนหน้านี้ ถุงเท้า ยังไม่ต้องใส่ก็มาเรียนได้ สมัยนี้ใส่ถุงเท้าสีขาวจะผิดอะไรใช่มะ  …..”  ต๋องคนที่สองในแก๊ง8เซียนสวะ คนคนนี้แหละ เพื่อนๆ ก็ชอบพูดถึงมันว่าโจรป่า  เพราะอะไรนะหรอ เรื่องมันยาวครับ ในอดีตที่ยาวนานมีคนเรียก มันว่า อีโม่งโจร เพราะมันดันไปใส่หมวกคลุมหัวเหมือนโจร ตอนวันที่นัดทำงานกลุ่มที่ท้องฟ้าจำลอง สุขุมวิท40  มันผิวคล้ำๆ หน่อย  ส่วนสูงกับน้ำหนักถือว่ากินดีอยู่ดีไปหน่อย เฮอๆ ฟังมันพูดตอนนี้เหมือนจะร่ายกฎหมายมาอีกฉบับ  ฟังแล้วผมเกือบจะเป็นลูกขุนไปกับมัน  ฮาๆ  เลยเดินออกมา ฟังต่อมีหวัง ถึงพรุ่งนี้แน่
 
“อีกสามนาทีเบรคแล้ว  ห้องเดิมนะเดี๋ยวตามไป” หัวโจก ตัวพ่อเลย นามว่าปิ แก๊งแปดเซียนสวะคนที่สาม คนที่ดำที่สุดในกลุ่ม หัวหยิกๆ แต่ช่วงนี้อยู่ในเทรนหัวเกรียน เพราะ รด. ไม่มีดั้งเลย คิ้วหนาๆ เป็นตัวนำสารเคมีเข้าร่างกาย ไม่ว่าอะไรก็กินได้หมด กระดูกกระเดือก  ตับ ตูด ตีนหมูกินหมดครับท่าน
 
“เคๆเจอกันๆ” ผมพูดย่างก้าวเข้าที่นัดแห่ง 8เซียนสวะ หรือเรียกในนามสามัญว่ากองบัญชาการ8เซียน  อย่างแรกคือนักเรียนทุกคนที่เข้ามาธุระที่นี่เมื่อเห็น 8 เซียนสวะจะเดินออกเป็นการให้เกียรติอันสูงส่งมาก  หรือให้เกลียดนะ    แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก  
 
“ช่วงนี้ไม่มีไรสนุกๆ ทำเลย วะ   จะสอบ gat สอบ pat  สมองแทบไหล  ” ไอเหลานุ๊กหนึ่งใน8เซียนสวะคนที่สี่เหมือนกัน มันสูงคล้ายหุ่นยนต์ทำไรมันก็เหมือนหุ่นยนต์  ทุกคนจึงต่างพาเรียกว่าไอโรบอทเดินได้  หน้าตามันจิ้มลิ้ม มาก ดูยังไงก็ฮา ผมสั้นๆรองทรง  หนวดเหนือปากหย่อมๆ ใส่แว่น แต่น้องที่โรงเรียนแอบปลื้มมันเยอะ
 
“ฮ่าๆ จะไปสนทำไม กูติดตรงแล้ว สบายละพวก”  ศาสดาแม็กพูด  
  “นั่นมันมุงนี่ ไม่ใช่ตูซะหน่อย  ไอ เก่งเวอร์” นุ๊กพูด ออกเหน็บๆ
“อย่าไปซีเรียส เราค่อยเอารอบแอดก็ได้ ไอนุ๊ก” ผมปลอบมัน 
“ฮ่าๆ จะไปซีเรียสทำไม ปฏิบัติเท่านั้น ทหารโว้ยๆ” โม หนึ่งใน8เซียนสวะคนที่ห้า ที่กำลังจิ้มโทรศัพท์ยี้ห้อซัมซุงรุ่นฮีโร่อยู่  ในนามเทพเซียนจะเรียกว่าเทพอุกาบาต เพราะอย่างเดียวที่เห็นบนใบหน้าคือ ภูเขาไฟหลายลูก ที่รอจะปะทุและระเบิด อีกในไม่ช้า  วัยรุ่นก็เงี้ย ฮอร์โมนมันเยอะ โมเป็นพวกบ้าเกม  ทำไรก็จะอืดๆอาดๆ แต่ถ้าวิชาอะไรที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ละก็มันจะฮึดขึ้นมาทันทีเลย ( ครูนิสิตที่สอนทุกปีสวย ก็เท่านั้น ฮ่าๆ=//=)   
 
“ อะโจ้ๆ อะโจ้ๆ ชีวิตนี้มันต้องอะโจ้ๆ  ฮ่าๆ อะโจ้เท่านั้น  นั่นๆ เดินมาอีกคนแล้ว น้องห้องกิ๊ฟไง สวยไม่ใช่เล่น แต่ได้ข่าวว่า มีแฟนแล้ว  อะโจ้ๆ  เธอสวยทุกนาทีที่เคยสัมผัส กิ้วๆ” ไอหนึ่ง ช่างปั้นหม้อใน8เซียนสวะคนที่หกหรือเรียกมันว่าพอตเตอร์ มันชอบหม้อสาวไปวันๆ  มองแต่ไอนั่นและก็ไอนั่นอย่างว่าหละ แต่ก็ฮาดี ชีวิตนี้เป็นคำเดียว  
“อะโจ้…. อะโจ้….”   เอ๊ะหรือสองคำ แต่ช่างมันไปเถอะ“ไอหนึ่งควบคุมอารมณ์หน่อย  เดี๋ยวกระจกแตกหมด   มองไปนั่นน้องเขาจะเห็นมั้ยนั่น ออกไปเลยเด้ กล้าๆหน่อย อย่ามัวแต่ปั้นหม้อ ฮ่าๆ”ผมพูด
 
“ฮ่าๆ เขามาเป็นกลุ่มใหญ่เกินไป  คนเยอะเกิน  เข้าไปก็อายหมด แหม่” หนึ่งตอบ พร้อมกับลูบกระจกไปมา
 
   “เฮ้ยๆ  การบ้านตอนเช้า เลขอะ ทำมาให้ด้วยนะ นิน เดี๋ยวสงส่งส้งส๊งส๋งส่งโจทย์ให้ทางไลน์นะ 555 น่าจะสิบข้อโดยประมาณ”  หม่อน 8เซียนสวะเหมือนกัน คนที่เจ็ด แต่เจ้านี่โคตรบ้ากล้อง มากๆ   เดินไปไหนมาไหนจำต้องจับกล้อง ถ่ายทุกสิ่งที่เห็น   ทำให้พวกเราได้เห็นโลกกว้างขึ้นฮ่าๆ กว้างอย่างที่ท่านคิดนั่นแหละ
“ตูอีกแล้ว ช่วยกันทำหน่อยก็ดีนะ ไอพวกนี้นิ เฮ้อ  จะได้ฉลาดๆ เท่าๆกัน  ฮื่มมมม!” ผมส่ายหน้า   ห้องนี้มันช่างรวมแก๊งเกินเหลือเกิ๊น  แต่ผมก็ชอบนะเวลาได้ล่วงเลยมาเย็นแล้ว8เซียนสวะ ยังคงสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วอีกอยู่ดี
 
รายงานความคืบหน้าดังนี้ เวลา บ่ายโมงสิบสามนาที  หนึ่งกินแห้วตกกระป๋องไปขอเบอร์น้อง โดนปฏิเสธแล้วโดนสวนกลับว่า “พี่หม้อ”  อารมณ์มันยังค้างอยู่เลย  เวลา บ่ายสองสามนาที ศาสดาแม็ก เกิดอาการบ้าคลั่งไปหมุนลำโพงประกาศที่ติดอยู่กลางทางเดิน หมุนไปมากกว่าสามร้อยหกสิบองศา  ทุกคนต่างวิ่งกระเจิงเพราะมันหมุนและตกลงมาแตกเป็นเสี่ยง   เวลา บ่ายสี่โมง นายต๋องโต้วาทีกับครูสังคม เรื่อง  สิทธิส่วนบุคคล ของมันเองในคาบ มันเถียงได้ฮามากๆ  และเวลานี้เอง ห้าโมงครึ่ง พวกเรา8เซียนสวะอยู่ที่หน้า โรงเรียนพร้อมกันแล้ว
 
 “เลิกเรียนแล้วโว้ย  กลับบ้านๆ ไปละๆ เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้ เย่ว” ปิพูด“โชค เว้ยปิ” ผมพูด  พร้อมเดินกลับบ้านกับพวก 7เซียนสวะที่เหลือ ซึ่งต้องเดินผ่านอุโมงค์ที่มีไฟสลัวๆเป็นทางกลับบ้าน ยังไม่ทันที่จะเดินออกจากอุโมงค์ไปโผล่อีกถนนนั้น ทุกคนต่างหยุดพร้อมกัน  และอึ้งไปตามๆกัน สายตาจ้องมองนั่นเหมือนเป็นสายตาเดียวกันของ8เซียนสวะ ชายที่นอนทรุดอยู่กับพื้น เลือดที่ไหลอาบ  แขนที่โบกไปมาอย่างทรมาน  พื้นที่นองไปด้วยเลือดและเลือด    ไอชุดดำเปิดประตูขึ้นรถพร้อมกับขับรถหายลับไป   เสียงที่ร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ อีกคนที่ยืนตกใจอยู่ข้างๆนั้นเป็นนักเรียนหญิงสาวสวยหน้าตาซีดเผือกอย่างมาก  และผมจำได้ว่าน้องเขาอยู่ม.4   

8เซียนสวะต่างมองหน้ากัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเร็วมาก เกินกว่าที่ พวกเราจะมองตามทัน พวกเราได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ แต่ตอนนี้ที่เห็นได้ชัดขึ้นคือ  ชายนิรนามคนนั้นที่นอนครวญครางอยู่ หายใจอย่างแผ่วเบา  กับเลือดที่ไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ“มุงเห็นอย่างกูเห็นมั้ย” ผมพูด
“เห็นดิ๊!!!!   โทรแจ้งรถพยาบาลด่วนเลย เร็ว!!!”ต๋องพูดหลังจากที่อยู่ดูจนรถพยาบาลรับพาชายนิรนามไปแล้วเหล่า8เซียนสวะก็ได้ รู้ถึงเหตุการณ์จากปากของนักเรียนหญิงสาววัยรุ่น“เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมากเลยค่ะ ตอนหนูกำลังเดินกลับบ้านอะค่ะ  หนูเดินลอดอุโมงค์ข้ามฝั่งมาอยู่ถนนตรงข้ามโรงเรียน รถที่หนูเห็นคือรถวีโก้สีดำ  จอดอยู่หน้าโรงเรียน แต่ตอนนี้มันจอดอยู่หน้าถนนที่หนูอยู่นี่ พอหนูกำลังเดินไปเรียกรถกลับบ้าน  มีชายคนหนึ่งสวมชุดสูทดำ สวมหมวกดำปิดหน้า ใส่ถุงมือดำ มันดำไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ ถือมีดมาจ่อที่ตัวหนู  และลูบตัวหนูใหญ่เลย  ลวนลามหนูด้วย  หนูกลัวมากเลย ฮือๆ ตอนนั้นหนูไม่รู้จะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ  แต่เห็นชายคนนึงเดินมาทางนี้หนูรีบตะโกนเลยค่ะ   ช่วยด้วยๆ  เท่านั้นแหละ มันต่อยเข้าที่ท้องหนู จุกมากแทบขยับไม่ได้ หายใจไม่ออก แล้วมันก็จะลากหนูขึ้นรถเลยค่ะ มันหยิบผ้ามาพื้นนึงกำลังจะปิดปากหนูแต่ผู้ชายคนนั้นได้เข้ามากระชากไอชุดดำออกจากหนูได้ก่อน และต่อยมันไปหมัดนึงแต่มันสวนหมัดกลับ ยื้ออยู่นานสุดท้ายชายชุดดำใช้มีดที่ถืออยู่แทงเข้าไปที่ท้องของชายคนนั้น แล้วก็รีบขึ้นรถขับรถออกไปทันทีเลย  เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ฮือๆ”
 
  นักเรียนหญิง พูดพลางปิดหน้าร้องไห้“เอาหละๆ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วนะเดี๋ยวอีกตำรวจก็มาแล้ว ถึงตอนนั้นจับตัวคนร้ายได้แน่ แต่ตอนนี้เดี๋ยวพวกพี่เป็นผู้คุ้มกันให้น้องเอง ใช่มั้ยพวก  ใช่…  มั้ย….พวกเรา” ผมพูดพร้อมหันมาทาง 6เซียนที่เหลือ และส่งสายตาเข้มๆใส่พวกมัน“อ่า…… อื้อ ใช่  น้องไม่ต้องเป็นห่วงนะ อะโจ้ๆ พี่จะดูลาดเลาให้น้องเองเชื่อใจพี่ได้นะน้องจ๋า”ไอตัวหม้อเราเช่นเคย ออกตัวอาสา ใกล้ชิดน้องเลยทันที    “ขอบคุณมากคะพี่ๆ”นักเรียนหญิงยิ้มทั้งๆน้ำตา ยิ้มสวยซะจนใจแม็กละลายและแม็กรีบอาสาทันที“โอเค พี่จะช่วยสุดความสามารถเลยน้อง ไม่ให้ใครมาทำอันตรายได้เด็ดขาด เอิ่มน้องนฤมลใช่มั้ย”  แม็กมองชื่อที่หน้าอกน้อง“ค่ะ หรือเรียก มล ก็ได้ค่ะ”
 
นักเรียนหญิงหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาหลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่นานผมก็มาถึงหน้าบ้าน ซึ่งทุกวันจะเต็มไปด้วยรถที่อัดอยู่ในซอยแคบๆ มันเป็นที่จอดรถและเป็นซอยเข้าบ้านของคนข้างบ้าน  ในซอยนี้มีบ้านอยู่หกหลัง  รวมบ้านผมที่อยู่ต้นซอยก็เจ็ดหลัง  แต่วันนี้ดูแปลกไป รถหายไปไหนหมด มองจากต้นซอยบ้านเข้ามานั้น ฝั่งซ้ายคือฝั่งเข้าบ้านของแต่ละบ้าน  แต่ฝั่งขวานั้นเป็นกำแพงบ้าน ในตอนนี้ผมเห็นลุงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ป้อมใกล้กับถังขยะหน้าซอย ดูมอมแมม เอาแต่มองไปมองมาบนถนนและคุ้ยข้าวในถุงขึ้นมากินไปด้วย ดูเหมือนเขาจะฮิวโซมาก  ผมเดินผ่านไปโดยพยายามไม่สบตา รีบเข้าไปในบ้านตอนนี้ผมอยู่บนห้อง  แต่ใจยังพลางคิดถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ ใบหน้าใบหน้านั้น เลือดนั่นอีก ละก็ลอยแทงด้วยมีดนั่นอีก  รู้สึกเย็นยะเยือก ขนลุกซู่ทันที ถ้าเป็นน้องของเราหละ  …. ผมส่ายหัวพลางตบหน้าตัวเองเบาๆ“ไม่มีทางต้องไม่มีทางเป็นได้  ใครที่ทำแบบนี้กับน้องเราจะไม่ให้อภัยเด็ดขาด!!”
 
พลบค่ำ ผมได้เล่าเริองที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง แต่นั้นยังไม่ทำให้ใจที่ผมเห็นถึงภาพน้องสาวที่น่ารักกำลังถูกพวกมันฉุดจางหายไปจากความคิดผมเสียที รวมทั้งคิดจิตนาการเรื่องเลวร้ายไปต่างๆนาๆ ผมก็รู้ว่าทุกคนก็เคยคิดแบบที่ผมคิด ความกลัวของคนอื่นไปรวมกับตัวเอง นึกถึงตัวเองที่ต้องโดนลวนลามแบบนั้น นึกถึงตอนที่โดนต่อยแบบนั้น นึกและก็นึก โอ้ย คิดแล้วหมองเข้าไปอีก จิตผมในตอนนี้ ห่วงน้องมาก และแล้วผมก็ข่มใจนอน  เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ที่โรงเรียน ผมได้เล่าให้เพื่อนฟังถึงเหตุการณ์นี้ที่เจอมากับเหล่า8เซียนสวะ เพื่อนต่างให้ความสนใจ เหมือนอยากโดนฉุดเอง ซะงั้น  แต่ก็นั่นแหละไม่เท่ากับแก๊ง8เซียนที่ได้เล่าให้คนอื่นฟัง พวกมัน ลงความเห็นต่างๆนาๆ แบบออกโอเวอร์มากๆ“โห้ มันสุดยอดมากเลย ไอชายนิรนามพุ่งท้องเข้าไปรับมีด เพื่อช่วยน้องม.4 โรงเรียนเรา ” แม็กศาสดา ออกความเห็นแบบเห็นภาพโคตรๆ“และก็นั่นแหละ  พวกเราต้องสละเวลาตอนเย็นเพื่อตรวจตราความสงบ เราจะไม่ให้ใครต้องมาโดนเหตุการณ์แบบนี้อีกเป็นอันขาด  ถ้าพวกมึงโดนกันบ้างก็จะรู้สึก ” จู่ๆผมก็ฉุนขึ้นมาทำไมไม่รู้ “เราไม่ใช่ ฮีโร่นะเฟ้ย” ไอโมพูด“อ้อ กูนึกออกแล้ว ไอโมพูดมาที นึกถึงเห็นการณ์แบบนี้ดิพวก ไอชายนิรนามพุ่งเอาตัวเข้าไปรับมีด แล้วพูดแบบ ฮีโร่ๆเท่ห์ๆว่า..ว่า…ว่า…  ผมไม่ใช่ฮีโร่แต่อย่าโง่เหมือนตู ฮ่าๆ  เหมือนในหนังแบทแมนไง๊ ” ศาสดาแม็กพูดเองขำเอง แถมยังพล่ามต่ออีก“ตึ่ง โป๊ะ แฉ่ แฉ่ แฉ่ เอาไปสามแฉ่ ฮ่าๆ” โมพูดล้อเลียน“ไอนินพูดมันก็ถูก ถ้าเราโดนแบบนั้นมันก็ยากที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ได้ มันสยิวกิ้ว” ต๋องพูด มันพูดได้ตรงใจผมมากเลย“ละจะให้ทำยังไง”ศาสดาแม็กพูด“เอาแบบนี้มั้ย”โรบอทนุ๊กมีบทสักที มันร่ายถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีที่มันมีกับแหล่งที่จะได้มาซึ่งอุปกรณ์ที่จะช่วยพวกเราได้  และเราก็ได้ปรึกษากันอยู่นานจนได้ข้อสรุปที่พอใจกับการอาสาช่วยน้องๆในโรงเรียน ทันใดนั้นศาสดาแม็กก็ไปหน้าชั้นเรียนบอกกับประธานห้องกับทุกคนในห้องว่า“ทุกคนฟังข้า ข้าในนามศาสดาของห้องนี้ ข้าขอประกาศในนาม8เซียนสวะ ณ บัดนี้ว่า!!  8เซียนจะ รีโวรูชั่นเป็นกลุ่ม 8เฆี่ยน!! เป็นกลุ่มตรวจตรา ความมิร้ายของชายชั่วร้ายข้างนอกนี้ และ เราจะทำอย่างดีที่สุด!! ขอแถลงความคืบหน้าเพียงเท่านี้”ศาสดายืดอกพร้อมโค้งคำนับแก่สายตาเพื่อนในห้องอย่างเท่ห์ และพร้อมกับความงุนงงของเพื่อนในห้องด้วย“วี๊ด ว้าก  เท่ห์ที่ซู๊ดเลย ว้ากก พี่แม็กกก ฮ่าๆ ๆ ”หนึ่งพูดเชิงล้อเลียนทุกคนอยู่ที่ข้างโรงเรียนต่างรวมตัวกันตอนเย็นอีกครั้งหลังจากเลิกเรียนและกลับบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อุปกรณ์จากนาย โรบอทนุ๊ก   อิเล็กทรอนิกส์จากผม คำคมจากต๋อง ยานพาหนะของปิ กับ ชุดทหารของโมบวกกับช่างภาพที่ขาดไม่ได้คือหม่อน  หัวโจกชอบสั่งการคือไอศาสดาแม็ก  และก็หนึ่งตัวหม้อที่ขาดไม่ได้อีกเช่นกันเป็นสเบียงอาหารและตัวเจรจารที่ดีเลยก็ว่าได้  และแล้วนุ๊กได้ส่งกระเป๋าเป้ใบเขื่องบรรจุไปด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ครบครันมาให้พวกเรา“ใกล้จะมืดแล้วเร็วๆหน่อย เอากล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรดไป เครื่องสำรองไฟด้วย ดีวีอาร์ด้วย  ค้อนตอกตรงนี้ที เอาตะปูไปด้วย นินสายไฟมาหน่อย  อ่าคราวนี้ มา ต่อวงจรกันเลย”โรบอทนุ๊กเริ่มปฎิบัติการปูวงจรทั่วหน้าโรงเรียน “แล้วเครื่องนี่เอาใบไม้ปลอม กลบๆไว้ด้วย”ศาสดาสั่งการต่อ“ไอปิไปหลังโรงเรียนต่อ สตาร์ทเครื่องรอเลย”นุ๊กเรียกใช้คนขับปิทุกอย่างเป็นไปโดยเรียบร้อยทุกอย่าง เหลือแต่งานส่วนของข้ผม เป็นส่วนของการติดต่อใช้งาน“จวนจะเสร็จแล้ว เหลือแค่ กดสั่งการส่งจากตัวเครื่องผ่านทางเน็ตเวิร์ค อัพขึ้นเซิฟเวอร์ฐานใช้งานของเรา   และเราก็เข้าใช้หน้าจอโทรศัพท์ของพวกเรา  เข้าแบบนี้  อ้าอ้า… แบบนี้แหละ ได้แล้วๆ!! ดูดิๆ กล้องที่เราติดกว่าสิบตัว ใช้ได้หมด ”ผมพูด“เจ๋งมาก สวดยอก เลยลวกเพ่”หนึ่งทำเสียงทะเล้น“พวกเราคอยดูและตรวจจับการเคลื่อนไหวของไอชุดดำนั่นนะ ละคราวนี้ไม่ว่าใครที่ไหนมันเสร็จเราแน่”***กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด(Infarred Camera) เป็นกล้องที่จับภาพในที่มืดสนิทได้   มีระยะอินฟาเรด 10 ,20,30เมตรหรือมากกว่านั้น***กล้องวงจรปิดแบบซ่อน(Hide Camera) หรือเรียกอีกอย่างว่ากล้องรูเข็ม ความละเอียดไม่สูงนัก ต้องมีแสงที่พอประมาณด้วยระบบโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV System) เป็นการส่งสัญญาณภาพ  จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของทุกกล้องมายังส่วนรับภาพและบันทึกภาพ ซึ่งเรียกว่า DVR   ระบบกล้องวงจรปิดประกอบไปด้วย5ส่วนหลักคือ กล้อง เลนซ์ DVR จอภาพ อุปกรณ์เสริมเช่นขาตั้งเช้าของวันรุ่งขึ้นปฎิบัติการของเหล่า8เซียนก็เริ่มขึ้น   อุปกรณ์สื่อสารฉับไวของโรบอทนุ๊ก           มันเป็นเข็มกลัดเหล็กสี่เหลียมสีดำขนาดเท่าเล็บมือนิ้วโป้ง ติดอยู่คอเสื้อของทุกคน   ใช้ยังไงนะหรือ คือคนที่จะพูดเท่านั้นถึงกดสวิตท์เปิด ส่วนใครที่ไม่ได้พูดจะติดหูฟังบลูทูธไว้ที่หู และมีปุ่มสำหรับกดเรียก เมื่อกดแล้วจะมีไฟแวบๆออกมาจากตามังกร“สุดยอด ไฮโซโคตร อุปกรณ์สื่อสารของ8เฆี่ยน เจ๋งหวะ อะโจ้ๆ”หนึ่งโดดไปมาอย่างกับเด็ก “เอาหละถ้ามีไรคอยเรียกกันด้วย คอยดูด้วย มีกล้องอยู่สิบก็แบ่งๆกันดู คนละช่อง ดูลาดเลากันด้วยทั้งตอนเช้าและตอนเลิกเรียนด้วย”ผมพูดหลังจากเหล่า8เซียนได้นั่งเรียนจนเลิกเรียนแล้ว ทุกคนก็เปิดระบบ ดู กล้องวงจรปิดคนละตัว อยู่ในกองบัญชาการ 8เซียน  แต่เย็นนี้ก็ผ่านไปโดยเงียบเชียบ แต่แล้ว อยู่ๆโมก็พูดขึ้น“เฮ้ยๆ ทุกคนๆ ดูนี่ มลนี่หน่าใช่มะ”“เออหวะ สวยจัง อะโจ้ๆ” หนึ่งพูด“เฮ้ย ๆ  นั่นรถใครวะสีน้ำเงิน   มันดูมีพิรุธหวะ”ต๋องพูด“เออหวะ มันขับไปอีกฝั่งแล้ว”ศาสดาแม็กพูด“เฮ้ย ไปดิวะ เร็วๆ รีบออกไปๆ วิ่งเลยๆ ไปฝั่งอุโมงค์ด่วน”ผมพูดทุกคนต่างพากันแอบยืนข้างป้ายรถเมย์ และคอยดูลาดเลาต่อ  ทันใดนั้น ไอชุดดำก็ลงมาอีก กำลังเดินมาที่น้องมล แต่มันก็สายไปสำหรับไอโม่งชุดดำนะ มันพลาดซะแล้ว พวกเราทั้งแปดคนเข้าตะครุบมัน ด้วยแรงของศาสดาแม็กบวกกับความสูงของเขาได้เปรียบอย่างมาก ไอโม่งชุดดำถูกบิดมือ ทันใดนั้นมันก็ถูกจับกดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว และเหล่าเฆี่ยนก็นั่งทับมัน  ส่วนปิที่เตรียมมอเตอร์ไซค์ไว้แล้วได้เข้าขวางรถนั้นเอาไว้เพื่อกันมันหนี  และแล้วเราก็ได้ตัวของไอโม่งดำชั่วนั่น แต่ทุกอย่างที่คิดไว้มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เรื่องเล่าพรั่งพรูออกจากปากไอโม่งคนที่ลงมาฉุดมลนั้น   เป็นดังนี้ “เอ้ย ทำอะไรผมเนี่ยยย … ปล่อยผมนะ” โม่งหมวกดำชุดดำดิ้น“ไม่ปล่อยโว้ย ไหนๆ ขอเห็นหน้าให้ชัดๆหน่อยว่าเป็นใครกัน” ไอแม็กพูด“เฮ้ยย!!!  ไม่จริง ไม่จริง   มันหมายความว่าไงเนี่ย ใครวะเนี่ยไม่รู้จักฮ่าๆ แต่เสร็จตูแล้ว” ศาสดาแม็กพูดล้อเลียน“เฮ้ย อย่าเพิ่งเล่นเด้  ดูสถานที่บ้าง”ต๋องฮึดขึ้นและแล้วหมวกที่สวมบังหน้าก็ถูกเปิดเผย สิ่งที่เห็นตอนนี้ เป็นไอหน้าดำๆ หนวดเฟ้อๆ หัวเกรียนๆ คิ้วเข้มมาก หูกางๆหน่อย มันดูเป็นพวกแก๊งเถื่อนๆยังไงก็ไม่รู้“ไอเกรียน ทำงี้หมายความว่าไง  ไปลวนลามละก็สะกดลอยตามเนี่ย จะมาข่มขืนน้องเขาเหรอไง”“เฮ้ยยยย!!! อะไร ข่มขืนอะไรกัน  เราไม่ได้ทำแบบนั้นเว้ย ไม่ใช่”ไอชุดดำปฏิเสธ“ก็เห็นอยู่ตำตา  ว่าเมื่อหลายวันก่อนแกแทงไอชายคนนั้น”ต๋องพูด“เฮ้ยยย!!! ไม่ใช่ละๆ  ใครบอกพวกมุง เนี่ย ไม่จริงเลย”ไอชุดดำพูด“ก็น้องมลไง  บอกว่ามุงอะ  ลวนลามเขา ละก็ แทงใส่ ชายคนนั้นเพราะมาขวาง”ต๋องพูด“มล โกหกพี่หรอ  หรอกใช้พี่ทำไม !!!  ทำไมทำกับพี่แบบนี้ น้องมล ทำไมกัน”ไอชุดดำร้องแหกปากดราม่าใส่หญิงคนนั้นใหญ่“ฮะ…?? โกหก อะไร มล โกหก  หรอ  ” ศาสดาแม็กพูด พร้อมกับทำหน้าขรึม“ อย่าไปเชื่อมันนะ พี่ มันโกหก  มันลวนลามหนู  จริงๆ มันแทงไอชายคนนั้นด้วย ”น้องมลพูดปฏิเสธทันควัน“ไอนางร้าย  ไอ….  เมื่อวานยังบอกว่ารักกัน วันนี้ ทำไมทำแบบนี้  เธอไม่ใช่เหรอที่บอกให้เราช่วยจัดการกับไอชายคนนั้นที่เอาแต่จอแจเธอไม่เลิก เธอก็เป็นคนแทงเขาเอง    รูปลักษณ์และรูปที่เธอให้ก็คนๆ เดียวกัน ทำไมเธอทำแบบนี้ ฮะ  ผมก็แกล้งเป็นแพะรับบาปแล้วนี่ แล้วมาพูดใส่ร้ายเราทำไมกันปล่อยกูนะพวกมุง  ปล่อยกูเดี๋ยวนี้   ไม่งั้นกูจะแจ้งตำรวจ”ไอชุดดำ ขึ้นเสียงใส่ ขู่ใส่  สิ้นเสียงไอชุดดำทุกคนต่างอึ้งไปตามๆกัน  สับสนกับคำพูดของสองคน จะเชื่อใครดี  มันเป็นจริงเหรอ  ทำไมถึงโกหกกัน“ไม่จริงค่ะ  หนูไม่ได้ทำ หนู จะไปทำแบบนั้นได้ยังไง กันหละค่ะ  พี่ต้องเชื่อหนูนะ หนูถูกลวนลาม โดนมันฉุดด้วย”น้องมลแย้งกลับ ทำเอาทุกคนนั่งตาค้างทันที“พวกมุงไม่ปล่อยกูละก็ กูจะแจ้งตำรวจแน่ นับ 3 2” ไอโม่งดำนับเลขถอยหลัง ทันใดนั้นศาสดาแม็กก็ลุกขึ้นจากตัวมัน ปล่อยมันออก ทุกคนเลยปล่อยตาม  “คุณคุยกันทางไหน” ผมถาม“เราคุยกันโทรศัพท์ ไอหญิงชั่วนี่  มันให้ข้าทำจริงๆ”ไอชุดดำใส่ไฟ“งั้นขอดูโทรศัพท์หน่อย ดูรายการโทรย้อนหลังหน่อย”ผมงัดไม้เด็ดออกมา   หลังจากผมถามไป ไม่นานนักไอชุดดำก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมบอกว่า“พอดี ลบรายการโทรไปแล้ว”ไอชุดดำพูด“งั้นหรอ    ฮ่าๆ อืมไม่เป็นไร น้องมล ขอดูโทรศัพท์หน่อย จะต้องมีเบอร์นายสินะ”ผมพูดยังไม่ทันจะเดินไปหยิบโทรศัพท์  ไอชายชุดดำก็ได้วิ่งไป แต่ยังช้าไปสำหรับความเร็วของปิ ปิพุ่งกระโดดจับขากอดไว้แน่น พร้อมกันนั้นแม็กวิ่งเข้าไปยัดหมัดขวาตรงเข้าที่หน้ามัน  ถึงกับกระเด็นไปเลยทีเดียว  ไอชายชุดดำนั้นถูกพวกเราจัดการอย่างสาหัส แล้วมันก็ถูกส่งให้ตำรวจจับกุมและดำเนินดีต่อ พร้อมข้อหาที่มลฟ้องร้องเข้ามาอีกมากมาย   หลังจากวันนั้นแก๊ง8เซียนได้ก็รับคำชมจากน้องมลและเด็กคนอื่นๆ จนดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งโรงเรียน หลายวันผ่านมาเหตุการณ์นั้นดังไปถึงหูของผ.อ.โดยประธานนักเรียนได้เรียนให้ท่านผ.อ.ทราบถึงเรื่องนี้ ทำให้ท่านผ.อ.โรงเรียนนี้รับรู้ถึงความดีของพวกเราทำให้ดังเข้าไปอีก ผ.อ.จึงได้เปิดชมรม ให้แก๊ง8เซียนสวะ โดยชมรมนี้ชื่อว่าจิตอาสาและเติมท้ายด้วย8เฆี่ยน และได้ถือกำเนิดสายตรวจการ 8เฆี่ยน บัญชาการสอดส่องความสงบภายนอกโรงเรียนและภายในโรงเรียน โดยหัวหน้าชมรมเป็นผมเอง มันออกจะเวอร์ๆยังไงก็ไม่รู้ แต่คนคิดชื่อไม่ใช่ผมนะ ท่านผู้อ่านน่าจะรู้นะว่าใครตั้ง   เฉลยเลยละกัน ก็ศาสดาแม็กไงระหว่างเดินทางกลับบ้านของพวกเราในเย็นของวันที่ได้รับมอบชมรมอย่างเป็นทางการ พวกเราต่างคิดเกี่ยวกับจิตอาสาในชมรมที่จะทำเป็นโปรเจคต่อไป ดูความคิดแต่ละคนแล้วช่างไม่ได้การเสียจริงกับรางวัลที่เราได้มาจากจิตอาสาของพวกเราในครั้งนี้ “ตัดหญ้ากลางสนามฟุตบอลเปล่า เข้าท่านะเว้ยเฮ้ย  อะโจ้ๆ”หนึ่งพูด มันคิดเหรอเนี่ยผมท้อเลย“โอ้โห้ ตัดหญ้าแม่เจ้า  คิดได้ไงเนี่ย มุงไปเลมหญ้าคนเดียวเหอะ มัน เยอะขนาดไหนแหม่     เก็บจานในโรงอาหารดีกว่า ใช่มะ”ศาสดาแม็กพูด “มันก็ไม่ต่างกันเลย ไอพวกนี้หนิ”ผมพูด“รู้แล้วๆ ปล้นคนรวยช่วยคนจน!!” ศาสดาแม็กพูดต่ออีก“โห้คิดได้ไง ไม่ได้ๆ ต้องอันนี้ ปล้นคนรวยช่วยคนจนกว่า อั้ยหยะ” หม่อนเล่นมุก“ไร้สาระจริง ต้องอันนี้ เล่นละครใบ้ให้เด็กตาบอดดู ฮิฮิ” โมพูด“ตึ่ง โป๊ะ แฉ่ๆๆๆๆๆๆๆ” ไอหนึ่งพูด “เฮ้อๆๆๆๆ เอาดีๆกันหน่อยเด้” ผมพูด ทุกคนต่างพากันมีใจช่วยคนมากขึ้นกว่าเดิม รึเปล่านะ แต่ผมรู้สึกได้จริงๆ ความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นการได้พูดคุย การได้ทำอะไรดีๆสักอย่างให้คนอื่นเนี่ย   มันมาจากใจจริง  ผมได้สร้างแฟนเพจในเฟสบุ๊คเพจนี้ชื่อว่า 8เฆี่ยน ไว้สำหรับร้องทุกและ8เซียนทุกคนพร้อมรับงานไม่นานนัก ยอดกดไลค์ และความโด่งดังของ8เฆี่ยนได้กระหึ่มจนถึงหูน้องของผมเลยทีเดียวครับ สมาชิกในชมรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนคนในห้องชมรมนี้แถบจะแย่งกันหายใจอยู่ เย็นของวันนั้นเองกล้องที่ผมได้ติดตั้งไว้ทางหลังโรงเรียนได้จับภาพของลุงได้  นั่นเป็นคนเดิมที่เคยมานั่งข้างป้อมที่อยู่ซอยหน้าบ้านของผมเมื่อหลายวันก่อน  ผมจำหน้าเขาได้เขาทำท่าด่อมๆมองๆอยู่นาน ตอนนี้เขาแต่งชุดสูทกำลังย่างสามขุมเข้าหานิสิตหญิงและแล้วผมก็เห็นมีดที่โผล่ออกมาจากกระเป๋า ทันใดนั้นผมก็รีบโทรแจ้งตำรวจเลยครับ และแจ้งผ่าน8เซียนในเข็มกลัดหัวมังกรตัวนั้น ไม่นาน สน.ที่อยู่ใกล้สุด ภายในสิบนาทีก็มาถึง พร้อมกับเพื่อนผมที่กำลังตามมารูปลักษณ์จากกล้องวงจรปิดลับของพวกผมทำให้คดีนี้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก                รุ่งเช้า ผมตื่นลงมารับประทานอาหารเช้าที่แม่ผมชงโอวันติลที่พร้อมรับประทานกับขนมปังปิ้งแสนอร่อยที่เพิ่งทำเสร็จ ผมทานไปพลางหยิบหนังสือพิมพ์ของเช้าวันนี้มาอ่าน ข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ตอนเช้าที่แม่ของผมซื้อมานั้นทำเอาผมอึ้งและดีใจไปด้วย                “จับคนร้ายจี้นิสิตได้แล้ว … คนร้ายหวังปล้นทรัพย์เพื่อช่วยลูกที่ก่อเหตุ พล.ตร.อ.เปิดเผย  อ่านต่อหน้า9” ผมเร่งเปิดหน้า9 ด้วยความรวดเร็ว “จากคดีของนาย…. ที่ได้ข้อหาลักพาตัวนักเรียนหญิงจากโรงเรียน….  มีความเกี่ยวโยงกับคดีของนาย… ซึ่งเป็นพ่อของเด็กคนนี้   พ่อให้การว่า เขานั้นพยายามช่วยลูกจากข้อหาที่พยายามจับตัวนักเรียนหญิงไปข่มขืน โดยจะหาเงินมาช่วยประกันตัวลูกชายของเขาเลยได้กระทำการจี้เพื่อหวังที่จะได้เงิน เขาอ้างว่าลูกของเขานั้นไม่มีเงินหมดสิ้นเนื้อประดาตัว จากการที่ธุรกิจของพ่อเขาล้มละลายติดหนี้สินเกือบสิบล้าน ซึ่งลูกชายเพียงคนเดียวของเขาได้หางานทำ แต่งานที่ลูกของเขาได้กระทำนั้นคืองานผิดศีลธรรม งานนั้นคืองานที่ไปเข้าร่วมกับแก๊งลักพาตัวรายใหญ่ ซึ่งขณะนี้สืบสาวได้รายชื่อแก๊งที่ร่วมกระทำการลักพาตัวมาบ้างแล้ว ท่านพล.ตร.อ. …. ได้ออกมา ขอบคุณเยาวชน นักเรียน ร.ร….  นี้ ที่ได้ช่วยสอดส่องดูแลซึ่งเป็นพลเมืองที่มีจิตใจควรเอาอย่าง ….” ได้อ่านข่าวแล้วผมรู้สึกว่าเรื่องมันซับซ้อนกว่าที่ผมคิด ความคิดชั่ววูปของคนๆหนึ่งต้องส่งผลต่ออีกหลายคน เมื่อคนทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลกัน อาสาช่วยคนที่หมดหนทางที่จะอยู่รอด แค่นี้ผมว่าเราก็ทำให้สังคมน่าอยู่ได้ขึ้นเยอะเลย   คำชมของ พล.ตร.อ.คนนั้น  เหมือนเป็นแรงบัลดาลใจให้ผมทำสิ่งที่ดีต่อไป ได้ช่วยผู้คน ได้เป็นหูเป็นตา แม้จะเหนื่อยแต่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกอยากทำไปกับเราก็คุ้มค่าเป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้ทุกคนได้ลองทำกัน  คนทำผิดเพราะความพลาดพรั้งของตัวเอง หน้ามืดตามัวด้วยความอยู่รอดสิ่งนี้เกิดเป็นปีศาจในตัว สีขาวในใจเราก็อาจได้รับอำนาจของสีดำที่ทอนเอาแสงขาวจากตัวเราออกไป อาจเข้าครอบงำใจเราได้เหตุนี้แก๊งของผม8เซียนสวะในนาม8เฆี่ยนคงอยู่ในใจเราตลอดไป 
 
 
นายพรภวิษย์   ไตรคุ้มพันธุ์    พระจอมเกล้าธนบุรี ปี1 วิศวกรรมศาสตร์ สาขาอิเล็กทรอนิกค์ (มิก)
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
นี่แหล่ะครับคือเรื่องราวทั้งหมด หวังว่าคงจะสนุกนะครับ :D
//ขอโทษด้วยนะครับที่ด้านท้ายๆจัดหน้าไม่ดี
เพราะคิดว่าถ้ากำลังสนุกกับบทก็คงไม่คิดอะไรจนอ่านจบแล้ว ใช่ไหมหล่ะครับ ?
 
:)

สุขสันต์วันแห่งความรักครับ !! <3 

 

ปล. ผมชื่อแม็กนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ^^

 

 

edit @ 14 Feb 2013 16:52:51 by t-rex theory

edit @ 14 Feb 2013 21:01:39 by t-rex theory

 
 
 
 
 
ผมตั้งคำถาม 
กับชีวิตตัวเอง หลายต่อหลายครั้ง
ว่าที่สุดแล้ว ชีวิต นี้ต้องการอะไร?
 
 
...จนวันนี้ 
ผมรู้แล้วหล่ะ
ว่าแท้จริงแล้ว
ชีวิตนี้ ต้องการอะไร
 

ผมจะเล่าความเป็นมา

ที่ผมได้เรียนรู้คำว่า "ชีวิต" ในวันนี้ให้ฟัง

อาจจะยาวไปหน่อย

แต่ผมเชื่อว่า

เมื่ออ่านจบ

คุณคงได้อะไรไปบ้างหล่ะ

 

 

- - - - - - -
[13/4/55]


วันนี้เป็นวันสงกรานต์

ซึ่งเป็นวันที่ ทุกๆปี ญาติทุกคน

จะไปรวมตัวกันที่บ้านยาย ที่จังหวัดสมุทรสงคราม

ผมซึ่งเป็นลูกคนหนึ่ง

ซึ่งไม่ได้ติดธุระอะไร

จึงได้ไปช่วยครอบครัว

ทำสิ่งต่างๆที่ทุกๆปีได้ทำกัน

เป็นประจำ

ที่ วัด แถวๆบ้านยาย

 

ผมตื่นแต่เช้า

นั่งรถไปกับแม่ และ พ่อ

และเมื่อถึงวัด

 

ผมได้เจอญาติมากมาย

ก็มีความรู้สึกที่แปลกดี ญาติเหล่านี้เป็นญาติของผมเอง

เป็นญาติที่เจอกัน ปีละวัน

คือวันนี้ของทุกปีนั่นเอง

 

และเราก็ได้ทำบุญ จนถึงพิธีหนึ่่ง

ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันเรียกว่าอะไร

แต่มันคือการไปที่เก็บกระดูก ที่ดูเหมือนเจดีย์อันเล็กๆ

ของญาติที่ตายไปแล้ว

 

ปีก่อนๆที่เคยทำผมก็ไม่ได้คิดอะไร

แต่ปีนี้ ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกสงสัยว่า

นี่เราทำไปทำไม เราเอาพวกมาลัย

ไปแขวน เราเอาธูปไปปัก เราเอาน้ำอบไปรด

เพื่ออะไร??

 

เพื่อคนที่ตาย คนที่ไม่มีชีวิต หรือ?

หรือ เพื่อคนมีชีวิตทำแล้วสบายใจ

ที่ทำแล้วรู้สึกดี รู้สึกมีความสุขต่อชีวิตของตน

 

คำตอบในใจผมก็คงเป็นอันหลัง

ญาติทุกคนตั้งใจทำ

ขนาดคุณยายของผมแก่ แทบเดินไม่ไหว

ก็ยังพยายามเดิน ไปทำพิธีนี้

ก็คงเป็นเพราะทำแล้วมี

ความสุข

 

ขณะที่ผมกำลังยืนดูญาติของผม

ทำพิธีนี้อยู่

 

ผมรู้สึกถึงความหมายของชีวิต

ที่มันแสนจะสั้น

 

เราทุกคน แก่ลงๆ ไปในทุกๆวินาที

พอตายไป ก็หมดความรู้สึก

กลายเป็นแค่เศษฝุ่น..

 

หมดโอกาส โอกาสที่จะทำอะไรต่ออะไร

โอกาสที่จะทำในสิ่งที่ฝัน สิ่งที่หวังเอาไว้

 

หมดโอกาส ที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิด

ที่ได้เคยได้ทำไว้ในอดีต

 

หมดโอกาส ที่จะได้พูดคุย

กับใครหลายๆคน ที่เราอยากพูดคุยด้วย

 

หมดโอกาส ที่จะมีความสุข

 

ที่สำคัญ

 

คนที่ตายแล้วจะหมดโอกาส ที่จะได้ใช้ชีวิต

ชีวิตที่มีค่า ที่คนที่ไม่มีชีวิต ไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกต่อไปแล้ว

 

และเราทุกคน ต้องแก่ เราทุกคน ต้องตาย

มันเป็นสัจธรรมของโลกใบนี้

 

และคำตอบที่คาใจผมมาตลอดเวลา

ว่าเป้าหมายชีวิตนี้คืออะไร

แท้สุดแล้วอยากเป็นอะไร

อยากได้อะไร

 ???

 

ผมว่าตอนนี้ผมได้มีคำตอบในแบบของผมเอง

ผมว่าคนเราทุกคนเกิดมา

พยายามดิ้นรน

พยายามใช้ชีวิตของตน

ก็เพื่อสิ่งๆหนึ่ง

ลองคิดตามดูดีๆนะครับ

 

ท้ายสุดแล้ว

เราพยายามเรียนเพื่อให้ได้เกรดดีๆ

เพื่อที่จะได้งานดีๆทำ

จนงานนั้นทำให้เราได้เงินดีๆ

 

แล้วสุดท้ายเงินของเรา

ก็ได้เปลี่ยนรูป

เป็นสิ่งๆหนึ่ง ซักสิ่ง

ลองสังเกตดูดีๆ

สิ่งนั้น ไม่ใช่สิ่งของที่เราซื้อ

แต่สิ่งที่เราซื้อมานั้น

คือคำสั้นๆที่ใช้กันเกลื่อน

ทั่วๆไปที่เรียกว่า "ความสุข"

 

ผมจึงเห็นว่า ความสุข

คือสิ่งสำคัญที่สุด ที่ทุกชีวิตต้องการ

 

แต่จะมีซักกี่คนนะที่มีความสุขจริงๆ

ผมเองก็เป็นคนๆหนึ่งที่พยายามแสวง

หาความสุขเหมือนกับคนทุกคน

 

แล้วผมก็พึ่งมารู้ว่า

ความสุขหาไม่ยาก

แท้จริงแล้ว

ความสุขก็เกิดจาก "ความคิด"

เกิดจาก "มุมมอง" ของเรา

 

เช่นเวลาที่คุณทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ให้ใครบางคนด้วยความเต็มใจ

คุณก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำ

ความสุขที่ได้เป็นผู้ให้

ความสุขที่เห็นผู้รับได้รับความสุข

นั่นก็เป็นวิธีการมอบความสุขอย่างหนึ่ง 

 

สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ

บางสิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องจับต้องได้

บางสิ่งบางอย่างแค่รู้สึกได้ ก็ได้รับความสุขนั้นแล้ว

 

สรุปได้ว่าคนที่มีค่าที่สุดบนโลกใบนี้

คือคนที่มอบ "ความสุข" ให้กับผู้อื่นนั่นเอง

 

แล้วคุณหล่ะ

วันนี้คุณมีความสุขแล้วหรือยัง?

 

Surprised

_________________________________

 

สงกรานต์นี้ มีความสุขกันมากๆ นะค๊าบบบ  ^^

สวัสดีปีใหม่ครับ >/\<

 

t-rex theory









edit @ 14 Apr 2012 06:30:17 by t-rex theory

edit @ 14 Apr 2012 09:14:30 by t-rex theory

edit @ 14 Apr 2012 09:24:55 by t-rex theory

 
 
 มนุษย์เราชอบเข้าข้างตัวเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ไม่ว่าอะไรก็ตามถ้าเรายังไม่ใช้สมองคิดดีๆ
ถ้าเกิดปัญหาขึ้น เรามักจะคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก
 
ตราบใดที่ยังไม่มีเสียงแย้งขึ้นมาว่าเราเป็นฝ่ายผิด
เราก็ไม่มีทางรู้หรอก
คุณไม่มีทางรู้ได้
เพราะตัวเราเองมักมองไม่เห็นตัวเอง
ลองเปิดใจ
รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง
 
เราจึงจำเป็นต้องถามคนอื่น
หลายๆคน หลายๆกลุ่ม ว่าสิ่งที่เราทำมันถูกไหม
ไม่ใช่ไปถามอยู่กลุ่มเดียว คือกลุ่มที่มีความคิดเหมือนกัน
 
นั่นก็ยิ่งจะทำให้โลกใบนี้แย่ลง
เพราะก็จะมีแต่สนับสนุนในสิ่งที่ทำ
ถ้าเป็นสิ่งดีก็ดีไป ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดี มันจะยิ่งแย่ลงๆ
 
แต่ส่วนใหญ่ถ้ามีคนเห็นด้วย แต่ยังมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย
อันนั้นยิ่งต้องมองให้ดี
 
โลกนี้ไม่มีใคร "ผิด หรือ  ถูก" ทุกคนอยากเป้นคนดีด้วยกันทั้งนั้น
ทุกคนพยายามดึงแต่สิ่งดีๆเข้าหาตนเอง หรือ มันไม่จริง?
ไม่ว่าใครก็อยากได้รับการยอมรับ
ไม่ว่าใครก็อยากมีชื่อ มีเสียง มีหน้ามีตาในสังคม
โลกใบนี้จึงมีแต่คนใส่หน้ากากเต็มไปหมด
มีแต่คนหวังแต่ได้ ไม่มีใครอยากเสีย
ความจริงใจบนโลกใบนี้เหลือน้อยลงทุกที ที่รู้สึกว่าโลกมันกว้างขึ้น
 
ถ้าเปรียบชีวิตเหมือนกับเกม
ไม่มีใครอยากแพ้
มีแต่คนอยากชนะด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าคุณรู้ว่าเกมนี้ ไม่มีทางจบ ไม่มีทางชนะ
คุณจะยังเล่นมันอีกหรือ?
 
หรือทำงานบางอย่าง
แล้วรู้ว่า
มันไม่มีทางสำเร็จ
คุณยังทำมันต่อไปอีกหรือ?
 
มันก็เหมือนกับคนเรา
ทำอะไรเพื่อหวังสิ่งตอบแทน
ไม่ว่าคุณจะทำอะไร?? กับใคร?? ที่ไหน?? อย่างไร??
มันมีจุดประสงค์ของมันด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าคุณยังไม่รู้
มันอาจจะอยู่ในส่วนของความรู้สึกที่คุณยังไม่ค้นพบมัน
มันซ่อนอยู่ในที่มืดของความคิด
 
คุณคิดมันไม่ออก
เพราะคุณยังหามันไม่เจอ
...คุณยังหามันไม่เจอ
 
กลับมาเรื่องเดิม
พอเวลาที่คุณเห็นคนๆนึงที่เค้าเลวที่สุด
เลวมากๆในสายตาคุณกับคนหลายๆคน
แน่นอน!! คนที่เลวที่สุดคนนั้นจะมีเพื่อน มีสหายที่คิดไปทางเดียวกัน
แน่นอน!! คนเหล่านั้นเค้าคิดว่าเค้าทำสิ่งที่ถูกต้อง พวกเขาเป็นคนดี
พวกเขาทำเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง แต่แน่หล่ะเขาไม่ได้คิดว่าพวกเขาเป็นคนเลว
 
นั่นเพราะเพื่อนของเค้าไม่ได้
พาไปในสิ่งที่ถูกที่ควร
แต่โลกนี้ มันก็ไม่มีทางที่ถูก หรือ ทางที่ผิดหรอก มันคือชีวิต
คุณจะทำอะไรมันก็ชีวิตของคุณ
 
แต่ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การเป็นคนดีที่สุด ในสายตาของคุณ
หรือเป็นคนเลวที่สุดในสายตาของคนอื่น
 
ที่น่ากลัวที่สุดคือ คุณอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนคอยอยู่เคียงข้าง
เพราะคนที่เลวที่สุด หรือที่ดีที่สุดที่กล่าวมา ถึงไม่ว่าจะยังไง
เค้าก็เป็นพวกเดียวกับคุณ
เค้ายังอยู่เคียงข้างคุณ
 
แล้วเพื่อนที่อยู่เคียงข้างคุณ คุณรักษาความสัมพันธ์กับเค้าไว้ดีหรือไม่
คุณละเลยเขาไปมากแค่่ไหน
คุณใส่ใจความรู้สึกของคนที่อยู่ข้างเดียวกับคุณมากน้อยแค่ไหน
 
หรือคุณคิดว่า โลกนี้คุณอยู่คนเดียวก็ได้
คุณไม่สน คุณไม่แคร์ 
เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ คือตัวคุณเอง
 
ถ้าตราบใดที่คุณคิดอย่างนั้นหล่ะก็...
 
ถึงใน facebook คุณจะมีเพื่อนเป็น  พันๆ
ซึ่งยอมรับในตัวตนที่คุณพยายามสร้างมันขึ้นมา
คุณอาจจะดีใจ เมื่อเค้ามากด Like คุณ มายกยอคุณ
คุณอาจจะมีความสุข
และถ้าวันใดวันหนึ่ง facebook ไม่มีอีกต่อไป
คุณจะทำอะไร??
 
และมันอยู่กับคุณไปตลอดกาลไม่ได้หรอก
คุณจะมีความสุขแค่ที่หน้าจอเท่านั้น
เพราะในชีวิตจริง คุณจะมองเห็นแต่ผู้คนที่เกลียดคุณ
รุมเกลียดคุณ
 
อย่าไปโทษว่าเค้าผิด
อย่าไปโทษว่าทำไมเค้ายังงั้นยังงี้
อย่าไปโทษกรรม
อย่าไปโทษชาติที่แล้ว
 
ลองดูตัวคุณเอง ว่าทำไมคุณไม่ปรับตัวเข้าหาพวกเขาเหล่านั้น
แล้วเป็นพวกเดียวกับเขา(ทฤษฎีบทการปรับตัว)
 
ในเมื่อคุณเห็นว่าพวกเขาเลว พวกเขาอิจฉาริศยาคุณ
พวกเขาเป็นคนเลว
คุณไม่สงสัยบ้างหรือว่าคุณนั่นแหล่ะที่อยู่ตัวคนเดียว
 
ถึงคุณจะคิดอยู่ในเต็มสมองว่าคุณเป็นคนดี คุณแค่ใช้กรรมเก่า!!
แต่คุณต้องอยู่กับสังคม ที่เห็นว่าคุณเป็นคนเลว 
คุณไม่มีเพื่อน
เพราะคุณเข้ากับใครๆไม่ได้เลย
 
จงรู้ไว้ซะว่าคุณทำพลาดแล้ว
แต่ทุกปัญหายังมีทางออก คุณยังมีทางออก
 
แค่อย่าฟังความคิดของตนเองอยู่ฝ่ายเดียว
เปิดใจรับฟัง เข้าไปทำความรู้จัก
 
อย่ายิ้ม,,, ถ้ามันไม่ได้ออกมาจากใจของคุณ
อย่าคุย,,, ถ้าคุณคุยแล้วอึดอัด
อย่าพูดหวาน,,, ถ้าในใจคุณกำลังด่าเขาอยู่
จงจริงใจ กับ คนที่คุณกำลังติดต่อด้วย
เพราะว่าคนนั้นๆจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจของคุณ
 
และท้ายที่สุด อย่าลืม ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ 
จงใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น..
Cool
 
 
 
t-rex theory



edit @ 11 Apr 2012 13:25:05 by t-rex theory

edit @ 14 Apr 2012 05:21:04 by t-rex theory