#ตรรกะผิดๆของสังคมไทย?

posted on 16 Feb 2013 16:39 by tearex directory Food, Diary
เรื่องไม่ได้มีอะไรมากครับ
 
คือผมไปซื้อของที่ร้านขายของด้านล่างหอของผม
 
 
ผมจ่ายแบงค์ 100 ไป
 
แต่ราคามัน 32 บาท
 
เค้าต้องทอนผมมา 68 บาท
 
แต่เค้าทอนมา 67 บาท ซึ่งขาดไปบาทนึง
 
พอผมเห็นเหรียญเท่านั้นแหล่ะ ผมรู้ละว่าทอนผิด ผมคิดอยู่สองสามวิ ว่าจะพูดดีไหม
 
แล้วผมก็คิดว่า จะให้เค้าเอาเปรียบทำไม
 
ผมก็เลยบอกไปว่า
 
"ขอโทษครับ ขาดไปบาทนึงครับ นี่มี 67 บาท ต้องทอน 68 นะครับ"
 
เสียงตอบรับจากคนขายว่า
 
"งกน่าดูเลย"
 
แล้วก็ยื่นมาบาทมาแบบช้าๆ (จงใจ)
 
ผมอยากจะถามว่า ผมผิดหรือ?? ที่ไม่ให้โดนเอาเปรียบ 
 
ในทางกลับกันแล้วถ้าผมถามกลับไปว่า 
 
"แค่บาทนึงยังจะเอาอีกหรอ"
 
จะเกิดอะไรขึ้น
 
แต่ก็ช่างมันเถอะ ได้ของกินมาละ เงินก็อยู่ครบ ^^
 
 
ปล.ผมก็ไม่ได้อะไรมากมายกะเงิน 1 บาทนักหรอกครับ ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไรด้วย
 
แต่อยากสั่งสอนไอร้านนี้ให้มันรู้ว่า ผมไม่ยอมให้โดนโกงหรอก และผมกล้าจะพูดเมื่อสิ่งที่ผมได้รับมันผิดๆ 
 
 
 
#หวังว่าคงจะได้รับอะไรจากเรื่องนี้นะครับ ขอบคุณครับ :)

edit @ 16 Feb 2013 16:52:26 by t-rex theory

#8เซียน

posted on 14 Feb 2013 16:07 by tearex directory Fiction, Entertainment, Diary
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา
แต่ใช้ตัวละครและนิสัยมาจากเพื่อนในกลุ่มที่ยังเรียนอยู่สมัยมัธยม
มีกัน 8 คน (มิกกี้ แม็ก(ผมเอง) โม หม่อน ต๋อง หนึ่ง นุก ปิ)
ซึ่งตอนนี้อยู่มหาลัยกันหมดแล้ว 
 
คือผู้แต่งคนนี้ก็ไม่ใช่ผมหรอกนะครับ 
เป็นเพื่อนคนนึงในกลุ่มชื่อมิกกี้(ในเรื่องชื่อนิน)
แต่งเรื่องนี้ได้รางวัลชิงถ้วยพระราชทาน
 
อยากรู้แล้วใช่ไหมครับ? ว่าเรื่องนี้เป็นยังไง
เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ...
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
8 เซียนสวะ   
 
 ณ  บ้าน แสงดาว กทม.  ที่ห้อมล้อมไปด้วยแสงไฟในเมืองกับเสียงรถที่แล่นผ่านทุกนาที
เด็กหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวจมูกโด่ง  คิ้วโค้งมน ผมชี้ตรงทรงปัดเป๋  ไว้หนวดหย่อมๆเหมือนพ่อของเขา ตอนนี้เขานั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้โอ้คขนาดใหญ่ที่มีหนังสือพิมพ์กางเกะกะสายตายิ่งนัก กำลังงุ่นอยู่กับการเลียไอติมมะนาวเลิศรส ซึ่งอาจจะเป็นแค่มะนาวไม่มีสิ่งอื่นใดผสมแต่ก็นั่นแหละ มันคือรสเปรี้ยวดั้งเดิมที่ไม่มีอะไรให้มันอร่อยกว่านี้ได้อีกแล้ว  ชื่อของหนุ่มผู้นี้คือ นิทนิน หรือ นิน หรือผมเอง                  
 
“นิน  สายแล้ว มานั่งกินไอติมอีกนะ ค่อยกลับมากินก็ได้ลูก  แม่คงต้องไปส่งอีกแล้วสินะ  สายประจำเลยนะ  ครั้งหน้าเป็นแบบนี้อีก แม่จะหักค่าขนมออก  เร็วรีบไป “               

“โห่  แม่ก็  เมื่อคืนนอนดึกนี่หน่า ไปก็ได้ แต่อย่าหักค่าขนมนะ ^^”     
       
เช้าวันนี้อากาศเย็นสบาย รถเบนซ์สีแดงก็ได้เคลื่อนออกจากบ้าน  เสียงคลื่นวิทยุ 97.5 มันเสียงซ่าๆเช่นเคย เป็นคลื่นที่ชอบแต่สัญญาณเน่าบางช่วงบางตอนทำเอาหมดอารมณ์เลยแต่เสียอย่างเดียวรถติดแหงกและแล้วสายตาก็ได้สะดุดกับสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นทำให้ความคิดนึงแวบขึ้นมาในหัว   ทำไมไฟแดงเหลืองเขียวต้องกลมด้วย ทำไมไม่เป็นสี่เหลี่ยม ทำไม ทำไมกัน!!  และแล้วรถเบนซ์ก็ขับมาถึงหน้าโรงเรียน   เป็นเวลากว่า แปดโมงครึ่งแล้ว  อีกเช่นเคยกับการออกกำลังกายตอนเช้านี่ มันช่าง  เฮ้อ….    
 
“เอ้าหล่ะ หน้าตาเดิมๆทั้งนั้น!   นิทนิน ปีที่6ละนะ  ยังสายได้อีกนะ จวนจะจบแล้วปรับปรุงตัวหน่อยเอ้า เอาไปเบาะๆสำหรับเปิดเทอมสัปดาห์แรก  ออกกำลังจะได้หายง่วงกันหน่อยเร้ว…. กระโดดตบ 1000 นับเสียงดังๆ เริ่มได้ ”  
 
 ณ ห้องเรียน 601 เรียงรายไปด้วยนักเรียนหญิงเกือบค่อนห้องกับแก๊งนักเรียนชายเป็นหย่อมๆหน้าห้องและหลังห้อง  แก๊งหน้าห้องจะเอาแต่เรียนแต่แก๊งหลังห้องจะบ้าบอล บ้ากฏหมาย บ้าแว๊น บ้าโรบอท บ้ากล้อง บ้าบอ บ้าทุกอย่างที่จะเป็นได้และไม่ค่อยยักจะเรียนเท่าไรนักแต่ไม่รู้ทำไมเกรดแต่ละคนสูงกันนัก  แก๊งหลังห้อง   ซึ่งถูกก่อตั้งมาเมื่อสามปีที่แล้วเป็นนามยักใหญ่ในโรงเรียนชื่อว่า 8เซียนสวะ นิน เป็นหนึ่งในแก๊งนั้น แต่กระนั้น  นินเป็นคนที่ได้เกรดสูงสุดในกลุ่ม การบ้านทุกอย่างนินเนี่ยแหละเป็นคนนำพาให้พวก7เซียนสวะที่เหลือมันรอดตายเกือบทุกครั้ง

“เอ้า ฮูเลๆ ไอ้นินมาแล้วโว้ย  555555  ไปว่ายน้ำที่ไหนมาหละเนี่ย เปียกโชกๆ “ หนึ่งในแก๊ง8เซียนสวะนามว่า แม็กพูดทักทายขึ้น หน้าตาเขาช่างหล่อเหลา(กบเหลาหนะ) ตัวสูงมากที่สุดในกลุ่ม ทรงผมนะหรอ เป็นพวกไม่ค่อยแคร์ทรงผม ทรงเกรียนก็เกรียนเลย  ไม่ค่อยมีดั้งนะ ผิวหรอ ขาวน้อยกว่าผมหน่อย ซึ่งเพื่อนต่างพากันเรียกว่า ไอศาสดา   เหตุผลนะหรอที่เรียก  มีหลายประการมาก ที่จะได้ชื่อนี้   ไม่ว่าจะเป็นการปาขวดทำกระจกแตกเป็นรูตั้งแต่สองปีที่แล้ว แต่ก็นั่นแหละรูนั้นยังไงมันก็ยังไม่ถูกซ่อมสักที  ชอบทำอะไรๆที่แผลงๆปาก้อนดิน ปาก้อนอิฐลงบ่อน้ำ ปาฝาขวด ปากระป๋อง ปาและปา มันเป็นนักปารึยังไง ผมคิดยังไงก็ฮา   แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น มันยังชอบเถียงทฤษฎีในหนังสือหรือที่ครูสอนว่าผิด นั่นแหละทำให้มันเป็นศาสดา 

“อ่า…..  ขอน้ำหน่อย เฮ้อ เหนื่อยหืดขึ้นคอแล้วเนี่ย  ท่านรองหรือเรียกเต็มๆว่าคุณท่านรองผ.อ.เมื่อไรจะออกเนี่ยตั้งกฎนี้อีกแล้ว กระโดดตบบ้างหละ  ถุงเท้าผิดระเบียบบ้างหละ ไอมาสายนี่พอรับได้ แต่ ไอต้องถอดถุงเท้าเพราะว่าถุงเท้ามันหนาเกินเนี่ย มันถูกหรอเนี่ยยยย….  สีก็ไม่ผิด ระเบียบนะ TT”
 
“ว่าด้วยกฎหมายแล้ว ไม่น่าผิดนะ ไอนิน  ตามสังคมก่อนหน้านี้ ถุงเท้า ยังไม่ต้องใส่ก็มาเรียนได้ สมัยนี้ใส่ถุงเท้าสีขาวจะผิดอะไรใช่มะ  …..”  ต๋องคนที่สองในแก๊ง8เซียนสวะ คนคนนี้แหละ เพื่อนๆ ก็ชอบพูดถึงมันว่าโจรป่า  เพราะอะไรนะหรอ เรื่องมันยาวครับ ในอดีตที่ยาวนานมีคนเรียก มันว่า อีโม่งโจร เพราะมันดันไปใส่หมวกคลุมหัวเหมือนโจร ตอนวันที่นัดทำงานกลุ่มที่ท้องฟ้าจำลอง สุขุมวิท40  มันผิวคล้ำๆ หน่อย  ส่วนสูงกับน้ำหนักถือว่ากินดีอยู่ดีไปหน่อย เฮอๆ ฟังมันพูดตอนนี้เหมือนจะร่ายกฎหมายมาอีกฉบับ  ฟังแล้วผมเกือบจะเป็นลูกขุนไปกับมัน  ฮาๆ  เลยเดินออกมา ฟังต่อมีหวัง ถึงพรุ่งนี้แน่
 
“อีกสามนาทีเบรคแล้ว  ห้องเดิมนะเดี๋ยวตามไป” หัวโจก ตัวพ่อเลย นามว่าปิ แก๊งแปดเซียนสวะคนที่สาม คนที่ดำที่สุดในกลุ่ม หัวหยิกๆ แต่ช่วงนี้อยู่ในเทรนหัวเกรียน เพราะ รด. ไม่มีดั้งเลย คิ้วหนาๆ เป็นตัวนำสารเคมีเข้าร่างกาย ไม่ว่าอะไรก็กินได้หมด กระดูกกระเดือก  ตับ ตูด ตีนหมูกินหมดครับท่าน
 
“เคๆเจอกันๆ” ผมพูดย่างก้าวเข้าที่นัดแห่ง 8เซียนสวะ หรือเรียกในนามสามัญว่ากองบัญชาการ8เซียน  อย่างแรกคือนักเรียนทุกคนที่เข้ามาธุระที่นี่เมื่อเห็น 8 เซียนสวะจะเดินออกเป็นการให้เกียรติอันสูงส่งมาก  หรือให้เกลียดนะ    แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก  
 
“ช่วงนี้ไม่มีไรสนุกๆ ทำเลย วะ   จะสอบ gat สอบ pat  สมองแทบไหล  ” ไอเหลานุ๊กหนึ่งใน8เซียนสวะคนที่สี่เหมือนกัน มันสูงคล้ายหุ่นยนต์ทำไรมันก็เหมือนหุ่นยนต์  ทุกคนจึงต่างพาเรียกว่าไอโรบอทเดินได้  หน้าตามันจิ้มลิ้ม มาก ดูยังไงก็ฮา ผมสั้นๆรองทรง  หนวดเหนือปากหย่อมๆ ใส่แว่น แต่น้องที่โรงเรียนแอบปลื้มมันเยอะ
 
“ฮ่าๆ จะไปสนทำไม กูติดตรงแล้ว สบายละพวก”  ศาสดาแม็กพูด  
  “นั่นมันมุงนี่ ไม่ใช่ตูซะหน่อย  ไอ เก่งเวอร์” นุ๊กพูด ออกเหน็บๆ
“อย่าไปซีเรียส เราค่อยเอารอบแอดก็ได้ ไอนุ๊ก” ผมปลอบมัน 
“ฮ่าๆ จะไปซีเรียสทำไม ปฏิบัติเท่านั้น ทหารโว้ยๆ” โม หนึ่งใน8เซียนสวะคนที่ห้า ที่กำลังจิ้มโทรศัพท์ยี้ห้อซัมซุงรุ่นฮีโร่อยู่  ในนามเทพเซียนจะเรียกว่าเทพอุกาบาต เพราะอย่างเดียวที่เห็นบนใบหน้าคือ ภูเขาไฟหลายลูก ที่รอจะปะทุและระเบิด อีกในไม่ช้า  วัยรุ่นก็เงี้ย ฮอร์โมนมันเยอะ โมเป็นพวกบ้าเกม  ทำไรก็จะอืดๆอาดๆ แต่ถ้าวิชาอะไรที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ละก็มันจะฮึดขึ้นมาทันทีเลย ( ครูนิสิตที่สอนทุกปีสวย ก็เท่านั้น ฮ่าๆ=//=)   
 
“ อะโจ้ๆ อะโจ้ๆ ชีวิตนี้มันต้องอะโจ้ๆ  ฮ่าๆ อะโจ้เท่านั้น  นั่นๆ เดินมาอีกคนแล้ว น้องห้องกิ๊ฟไง สวยไม่ใช่เล่น แต่ได้ข่าวว่า มีแฟนแล้ว  อะโจ้ๆ  เธอสวยทุกนาทีที่เคยสัมผัส กิ้วๆ” ไอหนึ่ง ช่างปั้นหม้อใน8เซียนสวะคนที่หกหรือเรียกมันว่าพอตเตอร์ มันชอบหม้อสาวไปวันๆ  มองแต่ไอนั่นและก็ไอนั่นอย่างว่าหละ แต่ก็ฮาดี ชีวิตนี้เป็นคำเดียว  
“อะโจ้…. อะโจ้….”   เอ๊ะหรือสองคำ แต่ช่างมันไปเถอะ“ไอหนึ่งควบคุมอารมณ์หน่อย  เดี๋ยวกระจกแตกหมด   มองไปนั่นน้องเขาจะเห็นมั้ยนั่น ออกไปเลยเด้ กล้าๆหน่อย อย่ามัวแต่ปั้นหม้อ ฮ่าๆ”ผมพูด
 
“ฮ่าๆ เขามาเป็นกลุ่มใหญ่เกินไป  คนเยอะเกิน  เข้าไปก็อายหมด แหม่” หนึ่งตอบ พร้อมกับลูบกระจกไปมา
 
   “เฮ้ยๆ  การบ้านตอนเช้า เลขอะ ทำมาให้ด้วยนะ นิน เดี๋ยวสงส่งส้งส๊งส๋งส่งโจทย์ให้ทางไลน์นะ 555 น่าจะสิบข้อโดยประมาณ”  หม่อน 8เซียนสวะเหมือนกัน คนที่เจ็ด แต่เจ้านี่โคตรบ้ากล้อง มากๆ   เดินไปไหนมาไหนจำต้องจับกล้อง ถ่ายทุกสิ่งที่เห็น   ทำให้พวกเราได้เห็นโลกกว้างขึ้นฮ่าๆ กว้างอย่างที่ท่านคิดนั่นแหละ
“ตูอีกแล้ว ช่วยกันทำหน่อยก็ดีนะ ไอพวกนี้นิ เฮ้อ  จะได้ฉลาดๆ เท่าๆกัน  ฮื่มมมม!” ผมส่ายหน้า   ห้องนี้มันช่างรวมแก๊งเกินเหลือเกิ๊น  แต่ผมก็ชอบนะเวลาได้ล่วงเลยมาเย็นแล้ว8เซียนสวะ ยังคงสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วอีกอยู่ดี
 
รายงานความคืบหน้าดังนี้ เวลา บ่ายโมงสิบสามนาที  หนึ่งกินแห้วตกกระป๋องไปขอเบอร์น้อง โดนปฏิเสธแล้วโดนสวนกลับว่า “พี่หม้อ”  อารมณ์มันยังค้างอยู่เลย  เวลา บ่ายสองสามนาที ศาสดาแม็ก เกิดอาการบ้าคลั่งไปหมุนลำโพงประกาศที่ติดอยู่กลางทางเดิน หมุนไปมากกว่าสามร้อยหกสิบองศา  ทุกคนต่างวิ่งกระเจิงเพราะมันหมุนและตกลงมาแตกเป็นเสี่ยง   เวลา บ่ายสี่โมง นายต๋องโต้วาทีกับครูสังคม เรื่อง  สิทธิส่วนบุคคล ของมันเองในคาบ มันเถียงได้ฮามากๆ  และเวลานี้เอง ห้าโมงครึ่ง พวกเรา8เซียนสวะอยู่ที่หน้า โรงเรียนพร้อมกันแล้ว
 
 “เลิกเรียนแล้วโว้ย  กลับบ้านๆ ไปละๆ เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้ เย่ว” ปิพูด“โชค เว้ยปิ” ผมพูด  พร้อมเดินกลับบ้านกับพวก 7เซียนสวะที่เหลือ ซึ่งต้องเดินผ่านอุโมงค์ที่มีไฟสลัวๆเป็นทางกลับบ้าน ยังไม่ทันที่จะเดินออกจากอุโมงค์ไปโผล่อีกถนนนั้น ทุกคนต่างหยุดพร้อมกัน  และอึ้งไปตามๆกัน สายตาจ้องมองนั่นเหมือนเป็นสายตาเดียวกันของ8เซียนสวะ ชายที่นอนทรุดอยู่กับพื้น เลือดที่ไหลอาบ  แขนที่โบกไปมาอย่างทรมาน  พื้นที่นองไปด้วยเลือดและเลือด    ไอชุดดำเปิดประตูขึ้นรถพร้อมกับขับรถหายลับไป   เสียงที่ร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ อีกคนที่ยืนตกใจอยู่ข้างๆนั้นเป็นนักเรียนหญิงสาวสวยหน้าตาซีดเผือกอย่างมาก  และผมจำได้ว่าน้องเขาอยู่ม.4   

8เซียนสวะต่างมองหน้ากัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเร็วมาก เกินกว่าที่ พวกเราจะมองตามทัน พวกเราได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ แต่ตอนนี้ที่เห็นได้ชัดขึ้นคือ  ชายนิรนามคนนั้นที่นอนครวญครางอยู่ หายใจอย่างแผ่วเบา  กับเลือดที่ไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ“มุงเห็นอย่างกูเห็นมั้ย” ผมพูด
“เห็นดิ๊!!!!   โทรแจ้งรถพยาบาลด่วนเลย เร็ว!!!”ต๋องพูดหลังจากที่อยู่ดูจนรถพยาบาลรับพาชายนิรนามไปแล้วเหล่า8เซียนสวะก็ได้ รู้ถึงเหตุการณ์จากปากของนักเรียนหญิงสาววัยรุ่น“เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วมากเลยค่ะ ตอนหนูกำลังเดินกลับบ้านอะค่ะ  หนูเดินลอดอุโมงค์ข้ามฝั่งมาอยู่ถนนตรงข้ามโรงเรียน รถที่หนูเห็นคือรถวีโก้สีดำ  จอดอยู่หน้าโรงเรียน แต่ตอนนี้มันจอดอยู่หน้าถนนที่หนูอยู่นี่ พอหนูกำลังเดินไปเรียกรถกลับบ้าน  มีชายคนหนึ่งสวมชุดสูทดำ สวมหมวกดำปิดหน้า ใส่ถุงมือดำ มันดำไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ ถือมีดมาจ่อที่ตัวหนู  และลูบตัวหนูใหญ่เลย  ลวนลามหนูด้วย  หนูกลัวมากเลย ฮือๆ ตอนนั้นหนูไม่รู้จะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ  แต่เห็นชายคนนึงเดินมาทางนี้หนูรีบตะโกนเลยค่ะ   ช่วยด้วยๆ  เท่านั้นแหละ มันต่อยเข้าที่ท้องหนู จุกมากแทบขยับไม่ได้ หายใจไม่ออก แล้วมันก็จะลากหนูขึ้นรถเลยค่ะ มันหยิบผ้ามาพื้นนึงกำลังจะปิดปากหนูแต่ผู้ชายคนนั้นได้เข้ามากระชากไอชุดดำออกจากหนูได้ก่อน และต่อยมันไปหมัดนึงแต่มันสวนหมัดกลับ ยื้ออยู่นานสุดท้ายชายชุดดำใช้มีดที่ถืออยู่แทงเข้าไปที่ท้องของชายคนนั้น แล้วก็รีบขึ้นรถขับรถออกไปทันทีเลย  เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ฮือๆ”
 
  นักเรียนหญิง พูดพลางปิดหน้าร้องไห้“เอาหละๆ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วนะเดี๋ยวอีกตำรวจก็มาแล้ว ถึงตอนนั้นจับตัวคนร้ายได้แน่ แต่ตอนนี้เดี๋ยวพวกพี่เป็นผู้คุ้มกันให้น้องเอง ใช่มั้ยพวก  ใช่…  มั้ย….พวกเรา” ผมพูดพร้อมหันมาทาง 6เซียนที่เหลือ และส่งสายตาเข้มๆใส่พวกมัน“อ่า…… อื้อ ใช่  น้องไม่ต้องเป็นห่วงนะ อะโจ้ๆ พี่จะดูลาดเลาให้น